th
th

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ และมีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่พนักงาน ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้น โดยครอบคลุมเนื้อหาหลักการสำคัญตั้งแต่โครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ จนถึงหลักการในการบริหารงานของผู้บริหารอย่างโปร่งใส ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารองค์กร ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานใดๆ ของบริษัทฯ จะกระทำด้วยความเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการและคณะผู้บริหารของบริษัทฯ จะยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและซื่อสัตย์สุจริต โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบเพื่อให้มีการผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมในการกำกับดูแลขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน สร้างมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการบริษัท ที่ได้วางโครงสร้างองค์กรให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน ซึ่งครอบคลุมหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้ระเบียบปฏิบัติของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คณะกรรมการบริษัท ได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้ตระหนักถึงบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และคณะผู้บริหารในการสร้างเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ และให้ความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ด้วยการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และโปร่งใส จึงได้มีการกำหนดนโยบายสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการ โดยครอบคลุมหลักการสำคัญตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ใน 5 หมวด ดังนี้

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯ จะสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ถือหุ้นประเภทสถาบันเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
    2. บริษัทฯ จะส่งเอกสาร ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ตลอดจน คำชี้แจง และเหตุผลประกอบในแต่ละวาระ รวมทั้งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจในที่ประชุมไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นหรือในเอกสารแนบวาระการประชุม โดยจะดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นทุกคนได้ทราบเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 28 วัน รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ http://www.zengroup.co.th ของบริษัทฯ
    3. บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามเกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้นถึงคณะกรรมการบริษัท ล่วงหน้า โดยให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามได้ตั้งแต่วันที่บริษัทฯ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ จนถึง 7 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือทางโทรสาร หรือทางอีเมล์ของเลขานุการบริษัท ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแจ้งหลักเกณฑ์ในการส่งคำถามล่วงหน้าผ่านระบบข่าวของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และในเว็บไซต์ http://www.zengroup.co.th ของบริษัทฯ
    4. บริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่ โดยจะจัดประชุมในวันทำการ และมีสถานการประชุมที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลซึ่งมีการคมนาคมสะดวกต่อการเดินทางของผู้ถือหุ้น อีกทั้งจะจัดให้มีบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างเพียงพอสำหรับการตรวจสอบเอกสาร และจัดให้มีอากรแสตมป์สำหรับผู้ถือหุ้นที่รับมอบฉันทะ
    5. บริษัทฯ จะเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ โดยจะใช้หนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้
  2. การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯ จะจัดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียง และ/หรือ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้น การลงทะเบียนผู้ถือหุ้น การลงคะแนนเสียงในวาระสำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยง การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ รวมทั้งการนับคะแนนเสียงและการแสดงผลการลงคะแนน เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ
    2. บริษัทฯ จะกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ทุกคนเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นและร่วมตอบข้อซักถามต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    3. บริษัทฯ จะจัดให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนแยกตามรายการย่อยในแต่ละวาระที่เสนอ เช่น วาระการลงมติเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
    4. บริษัทฯ จะจัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น และจะเปิดเผยผลการลงคะแนนเสียงให้ที่ประชุมทราบ พร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
    5. ประธานในที่ประชุมจะต้องจัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนั้นๆ
  3. การจัดทำรายงานการประชุม และการเปิดเผยมติการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯ จะจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้แล้วเสร็จภายใน 14 วันนับจากวันประชุม โดยมีการบันทึกการชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนน วิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นตั้งประเด็นหรือซักถาม การตอบสาระสำคัญ คำถาม คำชี้แจง ข้อคิดเห็น และวิธีการนับคะแนน รวมถึงจำนวนคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ทุกวาระอย่างครบถ้วน รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ลาประชุมด้วย โดยจะส่งรายงานการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามระเบียบ และเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้
    2. บริษัทฯ จะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบถึงผลการลงคะแนนของแต่ละวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นในวันทำการถัดไปบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  1. การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯ จะแจ้งกำหนดการประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมระเบียบวาระ และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ อย่างน้อย 28 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น
    2. บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออกเสียงลงมติ รวมทั้งสิทธิการออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้นในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
    3. บริษัทฯ จะทำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
    1. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้เผยแพร่รายละเอียดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ http://www.zengroup.co.th โดยให้เสนอมายังบริษัทฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
    2. ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้เผยแพร่รายละเอียดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ http://www.zengroup.co.th โดยให้เสนอมายังบริษัทฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
    3. ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารจะไม่เพิ่มวาระการประชุม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 21 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น
  3. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน โปรดพิจารณารายละเอียดของการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ในส่วนที่ 2.3 หัวข้อ 11 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อย่อย 11.5
  4. การมีส่วนได้เสียของกรรมการ

    จรรยาบรรณของบริษัทฯ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ดำเนินการกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นสำคัญ บริษัทฯ ได้จัดวางระบบการปฏิบัติงานเพื่อดูแลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวาระใดที่กรรมการหรือผู้บริหารมีส่วนได้ส่วนเสีย และจะต้องแจ้งส่วนได้เสียก่อนการพิจารณาวาระนั้นๆ พร้อมทั้งบันทึกไว้ในรายงานการประชุม โดยกรรมการหรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียในวาระใดจะต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในวาระดังกล่าวและต้องออกจากห้องประชุมในวาระนั้นๆ

บริษัทฯ และบริษัทย่อยให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงสิทธิตามกฎหมายหรือข้อตกลง ไม่ละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย อันได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุน หุ้นส่วนธุรกิจ เจ้าหนี้ สังคม ชุมชนที่บริษัทฯ ตั้งอยู่ รวมทั้งภาครัฐ ผู้สอบบัญชี และคู่แข่ง เพื่อความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ ดังนั้น บริษัทฯ และบริษัทย่อยจึงคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยจะเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องให้ผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้นได้รับทราบอย่างเพียงพอ รวมถึงมีกระบวนการและช่องทางในการรับและจัดการข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเปิดเผยกระบวนการและช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัทฯ และรายงานประจำปี ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้า

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะมุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดในราคาที่ยุติธรรม ตลอดจนให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และพยายามรักษาช่องทางการติดต่อกับลูกค้าโดยเปิดรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

  2. พนักงาน

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน โดยให้โอกาสกับพนักงานอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ และถือพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร และมีความสำคัญต่อการเติบโต และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมทั้งให้การดูแลและจัดหาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีคุณภาพให้แก่พนักงาน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัย และปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรม ให้ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

  3. ผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะมุ่งมั่นในการดำเนินงานและจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และใช้ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการบริหารงาน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น ด้วยผลตอบแทนที่ดีและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรายงานสถานการณ์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน โปร่งใส เชื่อถือได้ และให้โอกาสผู้ถือหุ้นทุกรายได้ใช้สิทธิอย่างเท่าเทียมกัน

  4. หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยถือว่าการทำให้หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ เข้าใจถึงกิจการของบริษัทฯ อย่างถ่องแท้เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ยั่งยืน และอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจซึ่งกันและกัน บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้ข้อมูลทางการเงินที่ครบถ้วนและถูกต้องแก่หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ รวมทั้งมีนโยบายไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับหุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ

  5. สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ รวมทั้งจัดให้มีการควบคุมการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ อย่างเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และกฎระเบียบของหน่วยงานที่ดูแล นอกจากนี้ บริษัทฯ พยายามปลูกจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานทุกระดับรวมทั้งมีการประเมินและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

  6. คู่แข่ง

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะปฏิบัติต่อคู่แข่งตามกรอบของการแข่งขันอย่างยุติธรรมและมีจริยธรรม และประกอบธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของตลาด ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม โดยไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม

  7. คู่ค้า

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าและข้อตกลงตามสัญญา โดยมุ่งที่จะปฏิบัติต่อคู่ค้าโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้า โดยมีการจัดให้ข้อมูลรายละเอียดแก่คู่ค้าทุกราย ไม่กีดกันคู่ค้ารายหนึ่งรายใดเข้าร่วมแข่งขันทางธุรกิจ และจัดให้มีระบบการจัดการและติดตามเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน มีกระบวนการจ่ายเงินให้คู่ค้าตรงเวลา ตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน

    นอกจากนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะจัดให้มีการประเมินคู่ค้าเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งแจ้งผลการประเมินและข้อเสนอแนะ เพื่อให้คู่ค้าได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้าและงานบริการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คู่ค้าสามารถแจ้งข้อร้องเรียนได้

คณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และบริษัทย่อย ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดหลักการสำคัญในการเปิดเผยข้อมูล ดังนี้

  1. ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยจะต้องมีความถูกต้อง เพียงพอ ชัดเจน ทันเวลา และไม่ให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญของข้อมูล
  2. ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล อย่างถูกต้องและครบถ้วน
  3. บริษัทฯ จะกำหนดให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายมีสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น
  4. ข้อมูลที่จะมีผลต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะดำเนินการเปิดเผยต่อสาธารณะโดยไม่ชักช้า ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ
  5. การเปิดเผยข้อมูลจะทำผ่านหลายช่องทาง เช่น การรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น
  1. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท
    1. บริษัทฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการตามจำนวนที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด โดยต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 12 คน และต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดแต่ไม่น้อยกว่า 3 คน จำนวนที่เหลือเป็นกรรมการบริหาร และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการให้ประกอบด้วยคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ เพศ และ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ โดยจะทำการเผยแพร่นโยบายในการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีความหลากหลาย รวมถึงจำนวนปีการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทฯ ของกรรมการแต่ละท่านในรายงานประจำปีและบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
    2. กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฏหมาย และประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    3. เพื่อเสริมสร้างคณะกรรมการบริษัท ให้มีความเข้มแข็งและกรรมการสามารถทุ่มเทเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทฯ ได้อย่างเพียงพอ บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท
    4. เพื่อให้การบริหารงานในธุรกิจของบริษัทฯ บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ มีแนวปฏิบัติในกรณีประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทที่บริษัทฯ ไปลงทุนได้ไม่เกิน 5 บริษัท และบริษัทที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการนั้นต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และไม่ได้เป็นคู่แข่งของบริษัทฯ ทั้งนี้ การไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นจะมีการเสนอเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ รวมถึงต้องไม่ไปทำงานในบริษัทอื่นใดที่ไม่ใช่บริษัทที่บริษัทฯ ไปลงทุน
    5. บริษัทฯ กำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระโดยเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ยกเว้นในเรื่องการถือหุ้นซึ่งบริษัทฯ กำหนดเพิ่มเติมให้เข้มงวดกว่า โดยจะต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้นับหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
    6. บริษัทฯ กำหนดให้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นคนละบุคคลกัน เพื่อให้สามารถเกิดการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างอิสระ โดยแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบออกจากกัน ดังนี้
      1. ประธานกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลการประชุมคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยดูแลให้มีวาระการประชุมที่สำคัญและจำเป็นด้านการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะเรื่องแผนกลยุทธ์ จัดสรรเวลาให้ฝ่ายบริหารมีการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน มีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง รวมทั้งดูแลให้การกำกับดูแลกิจการของ บริษัทฯ เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
      2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีหน้าที่ควบคุมดูแลบริหารตามที่คณะกรรมการมอบหมาย รวมถึงการจัดทำนโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติ รวมทั้งดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายแนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ และบริษัทย่อยตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
    7. บริษัทฯ จัดให้มีเลขานุการบริษัทเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทควรทราบ และปฏิบัติหน้าที่ดูแลกิจกรรมของกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทต้องมีวุฒิการศึกษาจบปริญญาตรีทางกฎหมายหรือบัญชี หรือได้ผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเลขานุการบริษัท โดยบริษัทฯ จัดให้มีการกำหนดคุณสมบัติของเลขานุการบริษัท ที่เหมาะสมและเปิดเผยคุณสมบัติและประสบการณ์ของเลขานุการบริษัทในรายงานประจำปีและบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และให้เลขานุการบริษัทได้ฝึกอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง